ย้อนไปเมื่อสักประมาณปลายปี 2014 ทาง Capcom เคยมีข่าวว่าพวกเขามีนโยบายใหม่ที่จะพิจารณาทำเกมภาคต่อก็ต่อเมื่อเกมนั้น ๆ สามารถทำยอดขายได้เกิน 2 ล้านชุดขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งฟังดูแล้วก็พอเข้าใจได้ เนื่องจากการทำเกมในยุคปัจจุบันใช้งบประมาณสูงมาก ทว่าเหตุผลนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เราไม่ได้เห็นเกม IP ใหม่ของค่ายอีกเลย เพราะพวกเขาต้องการใช้เงินอย่างระมัดระวัง การทำมุ่งไปโฟกัสกับเกมซีรีส์เรือธงที่การันตียอดขายสูงทุกภาคจึงตอบโจทย์มากกว่า กระทั่งการมาของเกม PRAGMATA ในฐานะเกม IP ใหม่เอี่ยมอ่องในรอบสิบกว่าปี ที่ทำให้แฟนเกมของ Capcom เกิดความคาดหวังว่าเกมนี้จะประสบความสำเร็จและสร้างอิมแพ็คใด ๆ ในรอบปี 2026 ได้หรือไม่

ผู้พัฒนา : Capcom
แพลตฟอร์ม : PS5, Xbox Series X|S, Switch 2, PC
แนวเกม : แอ็กชั่น / ผจญภัย
วางจำหน่าย : 17 เมษายน 2026 (PS5, Xbox Series X|S, PC) / 24 เมษายน (Switch 2)
เรื่องราวของเกม PRAGMATA จะกล่าวถึง ฮิวจ์ (Hugh) หนุ่มนักบินอวกาศที่เดินทางมายังสถานีบนดวงจันทร์พร้อมกับเพื่อนร่วมงานอีก 3 คนเพื่อปฏิบัติภารกิจที่นั่น แต่หลังลงจอดได้ไม่นานก็ดันเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง รวมถึงพวกแอนดรอยด์ที่ปกติจะมีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ก็ดันออกอาละวาดจนทำให้เพื่อนของฮิวจ์เสียชีวิตทั้งหมด ส่วนตัวฮิวจ์เองก็พลัดตกลงไปยังเบื้องล่าง เคราะห์ดีที่มีแอนดรอยด์ในร่างเด็กสาวที่ชื่อว่า ไดอาน่า (Diana) เข้ามาช่วยเหลือไว้ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยร่วมกันระหว่างมนุษย์กับแอนดรอยด์ เพื่อค้นหาต้นตอที่ทำให้บรรดาหุ่นทั้งหลายในสถานีก่อกบฎ ตลอดจนหาทางเอาชีวิตรอดกลับไปที่โลกให้ได้
พอต้องมาเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกัน เมคานิกด้านเกมเพลย์ที่เด่นชัดที่สุดของฮิวจ์กับไดอาน่าเลยเป็นเรื่องของระบบการต่อสู้ครับ โดยฮิวจ์จะทำหน้าที่เป็นตัวบู๊ ใช้อาวุธทำดาเมจแก่ศัตรู ขณะที่น้องไดอาน่าจะเป็นสายซัพพอร์ต ใช้การแฮคเจาะระบบป้องกันของหุ่นศัตรูเพื่อให้ฮิวจ์สามารถยิงพวกมันเข้าชั่วคราว ด้วยเหตุนี้รูปแบบการต่อสู้ทั่วไปจึงเป็นในลักษณะที่ไดอาน่าแฮคนำก่อน แล้วฮิวจ์เป็นคนปิดจ๊อบอีกที ซึ่งช่วงที่ไดอาน่าทำการแฮค หน้าจอจะปรากฏแผงกริด (Grid) ขึ้นมา เป้าหมายคือผู้เล่นต้องทำการเลื่อนบล็อกไปจนถึงช่องสีเขียวถึงจะแฮคได้สำเร็จ ทีนี้ ภายในเกมก็จะมีไอเทมที่เป็นโหนด (Node) ให้เก็บ โดยพวกโหนดที่เก็บมาจะไปโผล่บนแผงกริดด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเลื่อนบล็อกผ่านช่องที่มีโหนด การแฮคของเราก็จะส่งผลลบกับศัตรูมากขึ้น เช่น ลดพลังป้องกันพวกมันมากกว่าปกติ หรือแฮคศัตรูตัวอื่นที่อยู่ใกล้เคียงได้ในเวลาเดียวกัน เป็นต้น


เมื่อเกมดำเนินไปสักระยะ ผู้เล่นจะได้เจอกับศัตรูหรือบอสบางตัวที่มีลูกเล่นแพรวพราวมากขึ้นเรื่อย ๆ บางตัวจะมีท่าที่ป้องกันการแฮคของไดอาน่าได้ หรือบางตัวจะต้องเลือกยิงเฉพาะจุดจึงจะทำดาเมจเข้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเกมมีการจัดวางตำแหน่งที่เราต้องเจอศัตรูไว้ค่อนข้างถี่ เรียกว่าสัดส่วนช่วงสู้จะเหลื่อมกว่าช่วงสำรวจอยู่หน่อย บางมุมอาจมองได้ว่ามันทำให้ผู้เล่นเหนื่อยล้าเกินไป แต่ในอีกมุมก็พอมองได้ว่าหากจะให้ผู้เล่นทำความคุ้นชินกับระบบต่อสู้ได้เร็วที่สุด ก็ต้องทำแบบนี้
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เรากำลังแฮคพวกศัตรู เกมจะไม่มีการชะลอเวลาให้เราครับ ดังนั้นตอนที่เราแฮคเลยต้องมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสองสิ่งพร้อมกัน หนึ่งคือดูแผงกริดตรงหน้า และสองคือดูว่าศัตรูกำลังจะทำอะไรหรือเข้ามาใกล้ตัวเรามากน้อยแค่ไหน ยิ่งถ้าในสถานการณ์ตรงหน้ามีศัตรูมากกว่า 1 ตัว เราก็ต้องวางแผนกันหน้างานเลยว่าจะจัดการตัวไหนก่อน จะเลือกแฮคผ่านโหนดกับศัตรูตัวไหน ผสมผสานกับการใช้อาวุธของฮิวจ์ที่มีคุณสมบัติหลากหลายชนิด บางอาวุธมีประโยชน์ในการเบนความสนใจศัตรู ขณะที่บางอาวุธใช้ชะลอพวกศัตรูให้เคลื่อนที่ช้าลงได้ ภาพรวมของระบบต่อสู้ถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นต้องใช้สมาธิสูงในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และประเมินสถานการณ์เพื่อหาทางรับมือตอนที่ศัตรูจะรุกหาเราในสเต็ปต่อไป


ช่วงของการสำรวจในเกมนี้จะมีไอเทมหรือ Collectibles ต่าง ๆ ให้เก็บเยอะมาก โดยมีทั้งไอเทมสำหรับอัปเกรดฮิวจ์กับไดอาน่า รวมถึงไฟล์ต่าง ๆ สำหรับอ่านทำความเข้าใจที่มาที่ไปของเนื้อเรื่องในจุดที่คัตซีนไม่ได้เล่าถึง ฯลฯ ทั้งนี้ บางจุดผู้เล่นจะยังเข้าไปไม่ได้ในตอนแรก แต่ต้องดำเนินเรื่องไปถึงจุดหนึ่งจนไดอาน่ามีสกิลที่จะช่วยให้ฮิวจ์เข้าไปได้ในภายหลัง ซึ่งพื้นที่ของเกมนี้จะถูกแบ่งเป็นหลายเซ็กเตอร์ (Sector) และแต่ละเซ็กเตอร์ก็จะมีทางแยกยิบย่อยมากมายให้เราสำรวจหาของที่ซ่อนอยู่ โดยการออกแบบพื้นที่แต่ละเซ็กเตอร์ให้อารมณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้ระหว่างลุยเราจึงได้ลุ้นอยู่เรื่อย ๆ ว่าจะมีอะไรใหม่ ๆ ออกมา ตั้งแต่เล่นจนจบแทบจะไม่มีจุดที่เนิบนาบหรือชวนรู้สึกเบื่อเลย
จากที่กล่าวมา ถ้าใครเป็นผู้เล่นสายสำรวจและสายเสพเนื้อเรื่องก็ยิ่งเข้าทาง เพราะไฟล์ที่มีให้อ่านตามทางจะช่วยให้เราปะติดปะต่อเรื่องราวให้เห็นภาพได้ง่ายว่ามันเกิดอะไรขึ้น โดยเนื้อหาในไฟล์จะใช้สำนวนการเล่าที่มีชั้นเชิง อ่านแล้วจะคิดตามมุมมองของตัวละครที่เล่าได้เอง ขณะเดียวกัน คนเน้นสำรวจก็จะยิ่งได้ประโยชน์ เนื่องจากเหล่าไอเทมที่ซ่อนอยู่ล้วนเป็นของตอบแทนอย่างดี และเป็นแรงจูงใจให้เราอยากสำรวจฉากกว่าเดิม ยิ่งตัวเกมมีความยาวระดับที่กระชับกำลังดี เมื่อผนวกกับการที่ผู้เล่นได้ใช้เวลาไปกับการสำรวจที่นานไม่แพ้กัน เลยเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมและลงตัว


อนึ่ง การกั้นพื้นที่แต่ละโซนจะมีการจำแนกไว้ด้วยเชลเตอร์ (Shelter) หรือแปลกันตรง ๆ ก็คือหลุมหลบภัยนั่นเอง โดยเชลเตอร์นี้จะเปรียบเสมือนจุดเซฟที่ผู้เล่นจะได้ทำการอัปเกรดอาวุธ อัปเกรดชุดของฮิวจ์ อัปเกรดความสามารถของน้องไดอาน่า หรือแม้แต่เปลี่ยนชุดแต่งกายของทั้งคู่ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีมุมตกแต่งเชลเตอร์ที่เราต้องไปตามหาไอเทมมาเติมแต่งเพื่อให้ไดอาน่าได้ใช้งานและทำความรู้จักกับโลกมากขึ้นตามประสาเด็กที่ไม่เคยไปเหยียบโลกมาก่อน และภายในเชลเตอร์นี้ ผู้เล่นจะได้พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างฮิวจ์กับน้องไดอาน่าผ่านการพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันด้วย
สิ่งที่ช่วยยกระดับเกมนี้นอกเหนือจากเกมเพลย์กับพล็อตเรื่องคือเคมีที่เข้ากันได้ดีระหว่างฮิวจ์กับน้องไดอาน่าครับ โดยขณะที่ทั้งสองผจญภัยก็จะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองแก่กันและกัน แชร์ความรู้สึกถึงสิ่งที่พวกตนเพิ่งไปพบเจอมาด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่นตอนที่เราลุยไปจนเจอฉากที่เหมือนย่านไทม์สแควร์ของนิวยอร์ค ที่เคยปรากฏในคลิปตัวอย่างมาแล้ว ฮิวจ์ก็จะเล่าให้ไดอาน่าฟังว่านิวยอร์คนั้นเป็นยังไง หรือบางช่วงฮิวจ์ก็จะเล่าย้อนถึงความหลังของตัวเอง โดยที่ไดอาน่าก็มีความอยากรู้อยากเห็นและพยายามศึกษาเรื่องราวของมนุษย์ด้วยเป็นทุนเดิม ยิ่งพอเผชิญอะไรด้วยกันมาตลอดทาง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ผู้เล่นสัมผัสได้ผ่านไดอาล็อก ทั้งความแด๊ดดี้ของฮิวจ์ กับความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องไดอาน่า มันหล่อหลอมให้ผู้เล่นรู้สึกอินกับความสัมพันธ์นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น และอยากเอาใจช่วยให้ทั้งคู่หนีไปที่โลกได้สำเร็จ


ด้วยความที่เกมนี้ไม่ใช่ลักษณะโอเพ่นเวิลด์ ก็ยิ่งเข้าทางขุมพลัง RE Engine และไม่ต้องห่วงเรื่องประสิทธิภาพในการรันฉากหรือเฟรมเรตขณะสู้แต่อย่างใด โดยทีมงานได้รีวิวเกมนี้จากบน PS5 Pro ตอนเจอศัตรูรุมเยอะ ๆ ก็ยังลื่นหัวทิ่ม ไม่เจอปัญหาเฟรมตกให้ชวนขัดใจ คุณจะเห็นการวิ่งของฮิวจ์ที่สมูธสมจริง เส้นผมของน้องไดอาน่าที่ปลิวไสวแบบละเอียดยิบ อย่างไรก็ตาม ว่ากันตามตรง จุดที่ดูจะเป็นข้อเสียในเกมคงจะเป็นเรื่องของระบบฟรีโรมมิ่งที่เกมแนวนี้มักจะให้ผู้เล่นได้สำรวจพื้นที่ได้อย่างอิสระหลังปราบบอสใหญ่ไปแล้ว แต่กรณีของเกมนี้ ถ้าผู้เล่นจบเกมโดยที่พลาดเก็บของบางอย่างไป จะต้องกลับมาเก็บชิ้นที่ขาดในการเล่นรอบใหม่สถานเดียวครับ หรือไม่งั้นก็ต้องพยายามเก็บของให้ครบก่อนที่จะไปปราบบอสใหญ่แทน
หากใครมุ่งแต่จะจบอย่างเดียว ไม่สนเนื้อเรื่องหรือความลับใด ๆ ในเกมทั้งสิ้น ตัวเกมจะมีความยาวประมาณ 15 – 20 ชั่วโมง แต่บอกเลยว่าจะตึงมือมากตั้งแต่กลางเกมเป็นต้นไป เพราะโครงสร้างของเกมมีการบีบผู้เล่นกลาย ๆ ว่าต้องสำรวจพื้นที่ของเกมประมาณหนึ่งเพื่อหาของมาอัปเกรดบ้างเพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้น ส่วนใครที่เป็นสายสำรวจแบบผม (อ้างชื่อพี่ก็ได้) ที่ไล่เก็บของทุกอย่างจนครบ และหาความลับทุกอย่างจน 100% ก็จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 35 ชั่วโมง


ท้ายที่สุดแล้ว PRAGMATA ได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่า Capcom ยังมีของอยู่เต็มเปี่ยมในการรังสรรค์ให้เกม IP ใหม่ที่เป็นระดับ AAA มีศักยภาพสูงจนน่าจดจำ โดยเฉพาะตัวละครอย่างฮิวจ์กับน้องไดอาน่าที่ล้วนแล้วมีเอกลักษณ์ ออร่าจับ และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมาสค็อตของค่ายได้อย่างเต็มภาคภูมิ เนื้อเรื่องที่ทัชใจ เกมเพลย์ที่เข้มข้น มีมิติ มีความโดดเด่น อย่างน้อยปีนี้ต้องมีลุ้นเข้าชิงรางวัลเกมแห่งปีของหลายสำนักล่ะ
คะแนนรีวิว : 9.5
ที่มา : online-station
ข่าวเกมส์ เกมส์ออนไลน์ ข่าวเกมส์ PC เกมส์มือถือ เกมส์คอนโซล รวมข่าวเกมที่น่าสนใจ ข่าวเกมส์ใหม่ ข่าวเกมส์ออนไลน์ เกมส์คอนโซล ข่าวเกมส์ PC E-Sport เกมส์มือถือน่าเล่น ความเคลื่อนไหววงการเกมส์ ล่าสุด