วันเสาร์ , 6 มิถุนายน 2026

รีวิว Saros

การกลับมาของเกมฝ่าดงกระสุนนรกแบบ AAA ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ Returnal เลย คราวนี้มันจะออกมาเป็นรูปแบบไหน ขอเชิญพบกับ Saros Video Review

Story – ดวงดาวมรณะที่มีทรัพยากรล้ำค่าเกินกว่าชีวิตมนุษย์

คาร์โคซา ดวงดาวที่มีทรัพยากรสุดสำคัญและล้ำค่าอย่างลูเซไนต์ที่อาจทำรายได้ต่อปีได้อย่างมหาศาล ทำให้บริษัทอุตสาหกรรมอย่างโซลทารี ทำการส่งมนุษย์มายังดาวดวงนี้ ภายใต้ชื่อยานว่าเอเชอลอน เอเชอลอนแต่ละลำจะมีหน้าที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการบุกเบิก การตั้งอาณานิคม และที่สำคัญที่สุดเลยคือการขุดแร่ลูเซไนต์

การขุดแร่นี้สำคัญชนิดที่ว่าโซลทารีไม่กังวลต่อความเป็นอยู่และความปลอดภัยใด ๆ ของบุคลากรเลย แต่ยานเอเชอลอน 1-3 ที่ถูกส่งไปขาดการติดต่อ ทำให้เอเชอลอน 4 ที่เป็นยานฉุกเฉินถูกส่งมา โดยมีภารกิจหลักคือตามหาชาวอาณานิคม รวมไปถึงเก็บกู้ลูเซไนต์ต่อไป

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นอรชุน เทวราช หนึ่งในผู้คุมกฎของเอเชอลอน 4 และมีหน้าที่แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ แต่เมื่อเข้าสำรวจดาวคาร์โคซาลึกลงไปเรื่อย ๆ พวกเขาก็พบว่าที่นี่มีบางอย่างที่ผิดปกติ มีอะไรบางอย่าง รอพวกเขาอยู่ และมันอาจเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการ

เพื่อไม่ให้เป็นการสปอยล์ เราจะพูดในส่วนของเนื้อเรื่องไว้เท่านี้ แต่เนื้อเรื่องของ Saros มันจะถูกเล่าออกมาแบบไม่มีอะไรน่าไว้วางใจ ทุกตัวละครที่มีชีวิตรอดอยู่กับเรา พอคุยไปเรื่อย ๆ เราจะรู้สึกถึงความผิดปกติ ความแปลกที่ทำให้เราสงสัยตลอดเวลา

และหนทางเดียวที่เราจะเปิดเนื้อเรื่องต่อ ๆ ไปได้ คือต้องเล่นต่อไปเรื่อย ๆ เจอศัตรูที่ตึงมือขึ้นเรื่อย ๆ ตายและวนเวียนกลับมาเรื่อย ๆ ยิ่งเนื้อเรื่องไปไกลขึ้น ความ Suspect ความน่าสงสัยต่าง ๆ ก็ยิ่งทวีคูณ นี่คือเกมที่จะล่อลวงคุณด้วยความสงสัยใคร่รู้ ว่ามันจะจบยังไง และความจริงเบื้องหลังนี้คืออะไรกันแน่

แต่การเล่าเรื่องในเกม Roguelite ก็จะเหมือนกันกับที่บอกไว้ตอนรีวิวเกม Absolum ถ้าคุณเหนื่อยหน่ายกับการที่จะต้องตาย เพื่อรับรู้เรื่องราวเพิ่มเติม ก็อาจจะต้องทำใจยอมรับในส่วนนี้ หรือถ้าคุณจะเล่นแบบไม่สนใจเนื้อเรื่อง มันก็พอได้อยู่ แต่ถ้ารู้ คุณจะอินกว่า

อีกอย่างเกมนี้ก็มีภาษาไทยด้วย และคุณภาพการแปลก็ไม่ได้แย่ จะมานั่งเก็บตก อ่านเนื้อเรื่องจากไฟล์เสริม และเอกสารทีหลังก็ทำได้ เพราะ Saros ก็ยังคงการเล่าเรื่องคล้าย ๆ กับ Returnal คือคุณจะรู้เรื่องราวจากฉาก คัทซีน การสนทนาเพียงส่วนหนึ่ง แต่หลักใหญ่ใจความสำคัญจะไปอยู่ในเอกสารและไฟล์เสียงที่เราย้อนฟังได้ตลอด

เป็นปกติของเกม Roguelite ที่ต้องผูกเรื่องราวไว้กับเกมเพลย์ และเกมนี้ก็ยังคงทำได้ดีตามมาตรฐาน และใครที่ชื่นชอบแนว Sci-Fi Dark Fantasy ตัวเกมเองก็สอบผ่านในด้านการนำเสนอเรื่องราวของมุมมองนี้ ถือเป็นอีกเกมที่ไม่ได้มาเน้นเอามัน แต่เนื้อเรื่องก็เข้มข้นน่าติดตาม ตั้งแต่ต้นจนจบเลยทีเดียว

Presentation – สมมติว่า Doom ถูกทำให้เป็น Third Person

ในด้านของความเป็นเกมยิงฝ่ากระสุนนรก และเกม AAA ไม่น่าจะมีเกมไหนที่ทำฉากกระสุนเรียงตัวกันมาเป็นแพทเทิร์นอย่างสวยงามได้เท่ากับทั้ง Returnal และ Saros เกมนี้แล้ว และไม่ใช่แค่แพทเทิร์นกระสุนที่ดูสวยงาม แต่หลากหลายองค์ประกอบของ Saros นั้น ถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก

และมีสิ่งหนึ่งที่พวกเราใน GamingDose เห็นตรงกันก็คือ ตอนแรกถ้าฟังแค่เสียง ไม่เห็นหน้าจอว่าเล่นเกมอะไรอยู๋ ก็จะนึกว่ามันคือ Doom สักภาคนึง แต่พอได้มาเห็นฉาก ได้เห็นกลไกและรูปแบบการเล่น รวมไปถึงเพลงประกอบ ชัดเลยว่าถ้า Doom มันทำออกมาเป็น Third Person สักเกม มู้ดและบรรยากาศมันก็คงจะต้องเป็นแบบ Saros นี่แหละ

คือน่าแปลกใจตรงที่ใน Returnal เราไม่ได้รู้สึกแบบนี้เลย ไม่ได้รู้ว่ามันคือ Doom แต่องค์ประกอบหลายอย่างของ Saros มันทำให้เราคิดถึง Doom แบบไม่ได้ตั้งใจ ฉากที่เหมือนอยู่ในนรก รูปแบบการเล่นที่เป็นการยิงแหลก

และใน Saros ที่เพิ่มเมคคานิคอย่าง Bullet Ballet เข้ามา ก็ทำให้เรามีทางเลือกในการตอบโต้กับศัตรูได้มากพอ ๆ กับที่ Doom เคยนำเสนอเอาไว้ ดังนั้น ถ้าจะเปรียบเทียบแบบให้เห็นภาพจริง ๆ เราว่านี่คือ Doom ฉบับ Third Person ก็ยังได้ หลายอย่างมันดูใกล้เคียงกันมากถ้าหยิบมาเทียบกันดี ๆ

นอกจากนั้น การใช้สีของเกมนี้ก็ทำให้เราแยกแยะหลาย ๆ อย่างได้ง่าย และตรงไปตรงมามาก มันคือสิ่งที่เกมอื่นก็ทำ แต่กับเกมนี้ มองว่ามันจำเป็นและช่วยได้มาก อย่างการแบ่งประเภทสีกระสุน ฟ้า เหลือง แดง ที่แต่ละประเภทกระสุนจะมีวิธีการรับมือที่ต่างกันออกไป

ส่วนของฉาก และคัทซีนและเสียงพากย์ ด้วยความที่ได้นักแสดงระดับ Rahul Kohli มาทั้งที ก็หายห่วงในเรื่องของเสียงพากย์และการแสดงออกทางสีหน้าท่าทางได้เลย เป็นธรรมดาของเกมจาก PlayStation อยู่แล้ว ที่เรื่องของการนำเสนอและฉากคัทซีนจะต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนของตัวละครอื่น ๆ ก็อาจจะมีลดหลั่นกันลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ต่ำไปกว่ามาตรฐานแต่อย่างใด

ทางด้านคอนเทนต์และเนื้อหาของเกม จะบอกว่านี่เป็นเกมเส้นตรงไปเลยมันก็ไม่ถูก ในความเป็นเกม Roguelite คุณจะต้องตายซ้ำ และวนเวียนอยู่กับมันเพื่อทำให้ตัวละครแข็งแกร่งขึ้น แต่ละรอบที่ตายก็จะพบเจอฉาก และไอเทมที่ไม่เหมือนกัน

ที่สำคัญอย่างที่บอกไปในส่วนของเนื้อเรื่อง ก็คือเราจะค่อย ๆ ได้รับรู้เรื่องราว และเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านการเก็บไฟล์เอกสารและข้อความเสียงจากการเล่นแต่ละรอบ ดังนั้นตีไปก่อนเลยว่าถ้าเอาแค่เล่นให้จบ และฝีมือคุณดีจริง 15-20 ชั่วโมงอาจจะพอไหว แต่ถ้าจะเก็บทุกอย่างที่อยู่ใน Biome นั้น ๆ ด้วยแล้วล่ะก็ อาจมีแค่ 30-40 ชั่วโมงกันบ้าง แต่เรื่องของชั่วโมงการเล่นนั้น มันก็แล้วแต่คน บางคนอาจจะคล่องมือ เล่นเก่ง เคลียร์ไว ก็คงใช้เวลาไม่มากขนาดนั้นเหมือนกัน

และเพราะมันเป็นเกมแอ็คชัน แบบใช้แรงกายและแรงใจในการเล่นสูงพอสมควร นี่อาจไม่ใช่เกมที่คุณจะใช้เวลา 1-2 วันแบบทั้งวัน เพื่อลุยให้จบ เพราะการนำเสนอของเกมนี้มันต้องใช้เวลาปะติดปะต่อ แถมเกมเพลย์ เหนื่อยมาก! เล่นได้ 1-2 รันติดกันก็ต้องพักมือ ยืดเส้นยืดสายผ่อนคลายกล้ามเนื้อกันซักหน่อย เพราะงั้น ใครคิดจะถองลุยให้จบในเวลาอันสั้น คุณก็ต้องเล่นเกมเก่งพอสมควร กับร่างกายที่อึดเอาเรื่อง เพราะเกมนี้มันใช้ Reaction สูงจริง ๆ ตอนเล่น แต่บางจุด ความเก่งของคุณเพียว ๆ ก็งัดกับความต่างพลังไม่ได้เช่นกัน

และอีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ภาษาไทยในเกม ตัวฟอนต์นั้นใช้ฟอนต์แบบเดียวกันกับหลาย ๆ เกมบนเครื่อง PlayStation อ่านง่าย สบายตา

คุณภาพการแปลนั้น ในภาพรวมถือว่าแปลดี อ่านออก ใช้ได้ แต่ในช่วงท้าย บางจุดจะแปลผิดค่อนข้างเยอะ และปัญหาเบสิกของเกม PlayStation ที่มีซับไทย ซึ่งมันเกิดขึ้นกับหลาย ๆ เกมที่มีซับไทยของ PlayStation เลยก็คือ จังหวะการตัดคำ การแสดงซับไตเติลบางช่วง มันถูกขัดจังหวะโดยเกมเอง อย่างเช่นหากตัวละครมันพูดอยู่ แล้วเราดันวิ่งเข้าฉากสำคัญ ซับไตเติลส่วนนั้นจะหายไปเลยทั้งจุด หรือบางที ตัวละครพูดไปสักพักแล้ว แต่ซับไตเติล ไม่ขยับตาม ก็ไม่รู้ว่าปัญหานี้มันจะแก้ได้ไหม เพราะเห็นมีคนบอกว่า ขนาดเกมเก่า ๆ จนทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่

Gameplay – เวียน ว่าย ตาย แกร่ง, Come Back Stronger

ชอบสโลแกนและคำโปรยของเกมนี้เจ๋งมาก และสื่อออกมาได้ดีมาก ของไทยคือ เวียน ว่าย ตาย แกร่ง และของอังกฤษคือ Come Back Stronger มันคือนิยามที่ชัดเจน และตรงตัวที่สุดของ Saros

สำหรับเกมแนว Roguelite แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดเลยคือ จะออกแบบเกมยังไง ให้คนเล่นรู้สึกสนุกไปกับการล้มเหลวและเติบโตไปในเวลาเดียวกัน หลายเกมทำไม่ได้ คนเล่นเบื่อก่อน เพราะกว่า Progression ตัวละครจะขยับ มันใช้เวลานานเกินไป หรือการกลับมาต่อสู้ มันคือการสู้แบบเดิมเกือบจะทุกรอบ

จริงอยู่ว่า Roguelite มันจะเป็นการเล่นซ้ำในด่านเดิม บอสเดิม แต่หลายเกมเลือกจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เปลี่ยนรูทเส้นทาง เปลี่ยนสิ่งที่เราจะได้เจอ ซึ่ง Saros ใช้วิธีหยอดมันเข้ามาแบบเนียน ๆ และผสมผสานหลายอย่าง จนทำให้การเล่นในแต่ละ Run ของเรานั้น รู้สึกว่าเราเก่งขึ้นจริง ๆ และแม้ด่านที่เราเล่นจะเป็นด่านเดิม แต่จะเราจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ

ใน Saros จะแบ่งออกเป็น Biome ต่าง ๆ แต่ละ Biome จะมีรายละเอียดบอกเอาไว้ชัดเจนว่ามีทรัพยากรอะไรอยู่บ้าง แต่เราจะไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้นได้ในการเล่น Run แรก เมื่อผู้เล่นผ่านจุดต่าง ๆ จะเห็นว่ามีบางจุดมันยังเข้าถึงไม่ได้ ต้องใช้อุปกรณ์เสริมพิเศษ และเมื่อคุณได้มันมาหลังจากผ่าน Biome ต่าง ๆ แล้ว คุณถึงจะกลับมายัง Biome เดิม เพื่อเก็บของพวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสารเนื้อเรื่อง หรือวัตถุดิบอัปเกรดตัวละคร

นิยามของเกมนี้คือ Ballet Bullet หรือการร่ายรำไปกับกระสุนของศัตรู ในเกมแรกอย่าง Returnal เราทำได้มากสุดคือหลบหลีก และจะมีสกิลที่ช่วยในการหลบเยอะเป็นพิเศษ แต่ใน Saros คุณมีทางเลือกหลายอย่างมาก ๆ ในการจัดการกับกระสุนที่ศัตรูยิงมา

กระสุนของศัตรูในเกมนี้ แบ่งออกเป็นสีฟ้า สีเหลือง และสีแดง กระสุนสีฟ้าคุณสามารถเปิดโล่ดูดซับมันมาได้ เพื่อสะสมเป็นอาวุธพลังงานแล้วยิงสวนศัตรูกลับไป สีเหลืองจะเป็นกระสุนครอบงำ นอกจากจะทำดาเมจใส่คุณแล้ว มันยังทำให้เกิดเอฟเฟคท์พลังครอบงำที่จะทำให้พลังชีวิตสูงสุดของคุณลดลง วิธีแก้คือ ใช้อาวุธพลังงานยิงโจมตีศัตรูเพื่อสลัดพลังครอบงำทิ้ง และสุดท้าย กระสุนสีแดง กระสุนประเภทนี้ต้องหลบเท่านั้น แต่เมื่อคุณเล่นไปเรื่อย ๆ คุณจะสามารถ Parry กระสุนสีแดงได้

ด้วยทางเลือกในการตอบโต้กับการโจมตีของศัตรู ทำให้ในแต่ละครั้งที่คุณเจอศัตรู รูปแบบการเล่นของคุณจะไม่ตายตัวเลย คุณจะยอมเปิดโล่ดูดซับกระสุนแล้วยิงกลับไป ยอมเจ็บตัวนิดหน่อยเพื่อสะสมพลังงานแล้วใช้โจมตีพลังงานรุนแรงใส่ศัตรู หรือจะ Parry กระสุนศัตรูกลับไป ทางเลือกมันมีเยอะมาก ๆ และขอบอกเลยว่า ใน Boss Fight คุณจะต้องเจอกระสุนทุกสี! คิด วิเคราะห์ แยกแยะ กันแทบไม่ทัน

ย้อนกลับมาเรื่อง Biome กันสักหน่อย ใน 1 Biome ของเกมนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือช่วงปกติ ที่ยังไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้น ศัตรูตีปกติ ไม่มีตัวโหดอะไรโผล่มา แต่พอคุณเล่นจนเข้าช่วงที่ 2 ที่เรียกว่าช่วงอุปราคา อันนี้แหละ ศัตรูจะโหดขึ้น และยิงกระสุนที่มันติดพลังครอบงำ ทำให้หลบก็ยาก แต่จะเปิดโล่ดูดก็ยังโดนครอบงำอยู่ดี เป็นช่วงหลังตรงที่คุณต้องเอาจริงขึ้น และใน Biome หลัง ๆ ก็อาจจะเป็นการลุยเฟสของอุปราคาตั้งแต่แรกเลยก็มี

แต่ถึงแม้ศัตรูจะโหดมาก แต่ตัวละครเราเองก็ไม่ใช่ย่อย ๆ พี่อรชุนของเรามีความสามารถในการใช้อาวุธและอาวุธพลังงาน รวมไปถึงการเปิดโล่ดูดซับพลังงานและการพุ่งตัวเพื่อหลบหลีกได้ และความสามารถเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ สูงขึ้น หลังจากการตาย เพราะเราจะได้ทรัพยากรสำหรับอัปเกรดถาวร ที่ยิ่งเล่น ยิ่งตาย ยิ่งแกร่ง กลับไปกระทืบศัตรูตัวเก่า ๆ ได้ง่ายขึ้น และฝ่าอุปสรรคปัจจุบันได้ง่ายขึ้นด้วย สโลแกน Come Back Stronger ของเกมนี้ มันเห็นผลชัดเจนที่สุดแล้ว

ในด้านอาวุธก็มีหลายแบบให้เลือกใช้ และเกมนี้ ปืนประเภท Auto Lock จะค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ เพื่อช่วยแบ่งเบาความกระสุนท่วมจอ ศัตรูล้นฉาก และให้ผู้เล่นไปโฟกัสกับการหลบหลีก การเลือกเปิดใช้โล่พลังงาน และกระสุนพลังงานแทน มีทั้งปืนกล ปืนลูกซอง ปืนพก แถมด้วยออปชั่นเสริมที่จะทำให้การบรรเลงกระสุนใส่ศัตรูเป็นเรื่องสนุก อย่างปืนพกที่ยิงชิ่งได้ ปืนกลที่เล็งเป้าอัตโนมัติและมีกระสุนติดตามอีกเป็นพรวน ปืนลูกซองที่เน้นเข้าระยะประชิด ยิงอัด ต่อให้เป็นพวก Elite ก็ล้มไวระดับนึง แต่จะเลือกปืนไหน แบบใด ก็แล้วแต่ความถนัดของผู้เล่น

หลายสิ่งหลายอย่างใน Saros ยังคงได้รับการต่อยอดมาจาก Returnal ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าพลังถาวร ค่าความถนัด ที่ยิ่งสูงก็ยิ่งดรอปอาวุธดี ๆ รวมไปถึงระบบอะดรีนาลีน ระบบที่เป็นเหมือนรางวัลตอบแทนผู้เล่นฝีมือดี ยิ่งเก่ง ไม่โดนดาเมจเลย บัฟติดตัวคุณก็ยิ่งเยอะ แต่การเก็บอะดรีนาลีนไว้ในเกมนี้มันยากยิ่งนัก เพราะศัตรูกับกระสุนของเกมนี้ มันเอาจริงมาก ๆ ถ้าไม่เชี่ยวชาญช่ำชองจริง ๆ อะดรีนาลีนคุณจะวนอยู่ที่เลเวล 1-2 แต่ถ้าใครเก็บถึง 4-5 พี่อรชุนของเราก็จะยิ่งเก่งขึ้นไปอีก

ในแง่ของความเป็นเกม Action Roguelite ผู้เขียนบอกเลยว่านี่คือตัวตึงในฐานะเกม Action เกมแรกของปีนี้ Returnal เกมพี่ของตัวเอง เคยได้รางวัล Best Action มาแล้ว ดังนั้นขอเชียร์ให้เกมนี้ อย่างน้อยก็ไปอยู่ในรายชื่อเข้าชิงด้วยก็แล้วกัน

ขอแถมคำแนะนำเล็กน้อยก่อนจบในส่วนนี้ หากคุณจะเล่นเกมนี้ ผู้เขียนแนะนำว่าให้ปรับปุ่มแดชเป็นตัว O ปิดการตั้งค่าจอยสั่นไปเลย และระบบ Adaptive Trigger หรือแรงต้านตอนกดยิง ให้เปิดไว้ที่ต่ำสุด เรื่องปุ่มแดช อาจเป็นความถนัดส่วนบุคคล แต่ผู้เขียนว่าปุ่ม O น่าจะเข้ามือใครหลายคนมากกว่า

ส่วนการตั้งค่าจอยสั่น ที่แนะนำให้ปิด เพราะเกมนี้แต่ละ Run มันใช้เวลานานมาก การปิดจอยสั่น จะช่วยให้มือของเราเกิดอาการล้าน้อยลงเยอะมาก ๆ ช่วงแรกผู้เขียนเปิดเล่นไว้ จบแค่รันสองรันก็ต้องพัก แถมมือเกิดอาการล้าชัดเจนมาก ๆ พอปิดแล้วช่วยได้เยอะ และสุดท้ายกับ Adaptive Trigger มันคือฟีเจอร์ที่จะมีแรงต้านตอนเรากดยิง

ที่ผู้เขียนแนะนำให้กดเปิดไว้ต่ำสุด เพราะเกมนี้ทุกปืนมีโหมดยิงรอง ที่เราจะต้องกด L2 ลงไปครึ่งหนึ่ง ปืนจะเปลี่ยนโหมดยิง และอาวุธพลังงานจะเป็นการกด L2 ลงไปจนสุดแล้วยิง ถ้าคุณปิด Adaptive Trigger คุณจะกะแรงกดไม่ถูก จะยิงอาวุธพลัง กลายเป็นโหมดยิงรองซะงั้น ดังนั้นเปิดต่ำไว้ก็พอ เพราะเปิดต่ำแล้ว เราจะใช้แรงกดไม่มาก แถมแรงต้านจะชัดเจนมาก ว่าเรากำลังกดครึ่งหนึ่งหรือกดลงไปเต็ม ๆ

Performance – ราบรื่นไร้ปัญหา บน PlayStation 5 Pro

สำหรับ Saros เป็นเกมที่เราได้รับมาก่อนวางขายจริง จึงยังเป็นช่วงที่ไม่มี Day 1 Patch และเราเล่นบนเครื่อง PlayStation 5 Pro และพอมันเป็นเกมที่รันแบบ Exclusive แบบนี้ เรื่องปัญหากวนใจ จึงต้องบอกกันตรง ๆ เลยว่า Perfect เข้าขั้นสมบูรณ์แบบ

ตลอดเวลาที่เล่น ไม่เจอปัญหาใด ๆ เลย เฟรมร่วงลงสักนิดก็ไม่มีให้เห็น ซึ่งแน่นอนว่าเขาคงต้องจัดการให้มันเนี้ยบที่สุด กับเกมดงกระสุนนรกแบบนี้ ถ้ามีปัญหาเพียงเล็กน้อย รับรองว่าโดนสาปไม่สวยแน่ ๆ

แต่ในด้านอื่น ๆ ของการตั้งค่าก็ถือว่ามาเต็ม ฟีเจอร์มาตรฐาน การตั้งค่าปุ่มด้วยจอย ปรับความเร็วแกน X แกน Y ซึ่งผู้เขียนขอแนะนำว่าควรอย่างมากในการปรับเพื่อหาสปีดความเร็วที่เหมาะสมกับตัวเองให้เจอ

และด้วยความที่มันเป็นเกมฝ่าดงกระสุน เกมนี้จึงให้ความสำคัญไปกับการปรับสีของกระสุน ใครที่รู้สึกว่าสีฟ้า สีแดง สีเหลือง มันไม่เหมาะกับตัวเอง ก็เลือกเปลี่ยนสีกระสุนโปรเจคไทล์ของตัวเองกันได้เลย แต่ในด้านของงานกราฟิกของเกม เหมือนเขาล็อคมาเลย ปรับแต่งตั้งค่าอะไรไม่ได้ เกมเซ็ทมายังไงก็เล่นไปแบบนั้น ไม่รู้หลัง Day 1 Patch จะมีปรับอะไรหรือเปล่า

พอมันเป็นเกม Exclusive PlayStation 5 เรื่องของ Config และ Setting ต่าง ๆ ก็เลยมีไม่ค่อยเยอะ อย่างที่บอกไปว่ามันจะเน้นที่การปรับแต่งสี HUD และจอยมากกว่า ส่วน Performance อื่น ๆ ถือว่าราบรื่น ไร้ปัญหาใด ๆ

Saros คือเกมที่จะให้เราได้เริงระบำท่ามกลางดงกระสุนที่สวยงาม ตื่นเต้น เร้าใจจนวางจอยไม่ลง นิยาม Bullet Ballet และ Come Back Stronger ถูกใช้อย่างคุ้มค่า ทำให้นี่เป็นหนึ่งในเกม Action แห่งปีที่แฟนเกมไม่ควรพลาดประจำปีนี้

ข้อดีข้อเสีย
– เนื้อเรื่องน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ และแบ่งจังหวะการเล่าเรื่องได้ดี– ซับไทยบางส่วนมีปัญหา ทั้งการแสดงผลและแปลผิด
– เกมเพลย์คาบเส้นระหว่างความท้าทายกับการทำให้ตัวเราเก่งขึ้นในเวลาที่เหมาะสม วางจอยไม่ลง
– รันได้อย่างลื่นไหลบนเครื่อง PlayStation 5 Pro
– เมคคานิค Bullet Ballet ที่สร้างสรรค์ และต่อยอดจาก Returnal ได้อย่างยอดเยี่ยม
– ฉาก และเพลงประกอบ ที่ยกระดับขึ้นมาอีกขั้นจาก Returnal

ที่มา : gamingdose

น่าสนใจ

Pokemon TCG เปิดตัวชุดฉลองครบรอบ 30 ปี มีการ์ดแรร์แบบใหม่ให้ลุ้นด้วย

Pokemon TCG กำล …

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com