วันศุกร์ , 23 ตุลาคม 2026

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “Call of Duty” ฉลองครบรอบ 20 ปี

มื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา “Call of Duty” แฟรนไชส์เกม FPS ยอดนิยมระดับโลกมีอายุครบ 20 ปีเป็นที่เรียบร้อย เพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์ เราจะพาผู้อ่านทุกท่านย้อนดูประวัติศาสตร์ตั้งแต่เกมภาคแรกจนถึงปัจจุบัน


“Call of Duty” (วางจำหน่าย 29 ตุลาคม 2003) ทีม Infinity Ward ซึ่งเป็นทีมผู้ก่อตั้งได้เริ่มสร้างเกมนี้เป็นภาคแรกในรูปแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งและบอกเล่าถึงเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในภารกิจแคมเปญ 24 ภารกิจ ผู้เล่นจะต่อสู้ในฐานะพลทหารมาร์ตินแห่งกองพลส่งทางอากาศที่ 101 ของประเทศสหรัฐอเมริกา สิบเอกอีวาน แห่งกองพลส่งทางอากาศที่ 6 ของประเทศอังกฤษ และอเล็กซ์ซี่ พลเมืองชาวรัสเซียที่ถูกเกณฑ์ทหารเพื่อยุทธการสตาลินกราด


“Call of Duty: United Offensive” (วางจำหน่าย 14 กันยายน 2004) และ “Call of Duty: Finest Hour” (วางจำหน่าย 16 พฤศจิกายน 2004) Call of Duty ได้กลับมาอีกครั้งและเปิดตัวเกมสองเกมก่อนจะเกิดอุตสาหกรรมเกมคอนโซล โดยเกมแรกที่เปิดตัวคือ Call of Duty: United Offensive ที่ประกอบด้วยระบบจัดอันดับที่ผู้เล่นสามารถสะสม XP เพื่อเลื่อนลำดับชั้นจากพลทหารไปเป็นจ่าหมวดและได้รับอาวุธกระสุนเพิ่มเติม ระเบิดและทักษะ เช่น สกิลการใช้ปืนใหญ่ เพื่อเป็นรางวัลแด่ความพยายามในเกมของพวกเขา

หลังจากนั้นสองเดือนถัดมาก็ได้มีการเปิดตัว Call of Duty: Finest Hour ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแนวหน้าทางฝั่งตะวันตก ตะวันออกและแอฟริกาเหนือและมีระบบ Multiplayer ที่รองรับผู้เล่นได้ถึง 32 คน และมีตัวละครหญิงคนแรก คือ ร้อยโทธัญญ่า พาเวลโนว่า


“Call of Duty 2” (วางจำหน่าย 25 ตุลาคม 2005) และ “Call of Duty 2: Big Red One” (วางจำหน่าย 1 พฤศจิกายน 2005) เป็นครั้งแรกที่มีระบบฮีลอัตมัติในเกมและมี ‘แพ็กแผนที่’ แบบ DLC ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นใหม่ของแผนที่ Multiplayer นอกจากนี้ยังสร้างประสบการณ์แคมเปญและโหมดผู้เล่นหลายคนด้วยภารกิจและโหมดอื่น ๆ ที่เพิ่มมากขึ้นและเป็นจุดเริ่มต้นของสตูดิโอระดับตำนานอย่าง Treyarch ที่กำลังจะสร้างแฟรนไชส์ที่เป็นอัตลักษณ์คือ Black Ops


“Call of Duty 3” (วางจำหน่าย 7 พฤศจิกายน 2006) เป็นครั้งแรกที่โหมดผู้เล่นหลายคนสามารถเลือกคลาสได้ ก่อนที่ ‘ระบบการสร้างคลาส’ จะเป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ ภาคนี้จะประกอบไปด้วยอาวุธพิเศษและความสามารถพิเศษต่าง ๆ เช่น การชุบชีวิตเพื่อนร่วมทีม (ที่มีผลต่อคะแนนรวมของทีม) การโยนกล่องอาวุธ ระเบิดควัน และสไนเปอร์ไรเฟิลที่ยิงอย่างเฉียบคม ระบบการสร้างคลาสจากเกมภาคนี้ก็ได้กลายเป็นระบบคลาสพื้นฐานในเกมยุคปัจจุบันอีกด้วย

“Call of Duty 4: Modern Warfare” (วางจำหน่าย 5 พฤศจิกายน 2007) หวนคืนสู่ความคลาสิคและเป็นจุดเริ่มต้นของ Modern Warfare ที่ทีมงานInfinity Ward ภูมิใจนำเสนอคุณสมบัติมากมาย เช่น หน่วยภารกิจพิเศษ 141 ระบบ Perk มีเพลงประกอบเกมเป็นครั้งแรก ระบบคลาส อาวุธแบบหรูหราอลังการ การตกแต่งอาวุธปืน และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะนำมาใช้ใน Call of Duty เป็นการทั่วไป ซึ่งคุณสมบัติและรูปแบบต่าง ๆ ในเกมต่างได้รับเสียงตอบรับและคำชมเชยล้นหลามจากผู้เล่นจนได้รับรางวัล AIAS Game of the Year Award และเป็นครั้งแรกที่เกมในแฟรนไชส์เดียวกันได้รับรางวัลนี้ถึงสองครั้งด้วยกัน

Call of Duty: World at War (วางจำหน่าย 11 พฤศจิกายน 2008) โหมดซอมบี้เป็นหนึ่งในไม่กี่โหมดที่มีความพิเศษเฉพาะตัวในแฟรนไชส์นี้ สรุปโดยย่อคือ จะเป็นภาคที่มีอัลติมิทเวอร์ชั่นของเอ็ดเวิร์ด ริชโทเฟ่น, ทาเคโอะ มาซากิ, นิโคไล เบลินซกี้ และ แทงก์ เด็มซี่ และเพิ่มอาวุธและอุปกรณ์ รวมถึงทักษะใหม่ ๆ เช่น ปืนลำแสง ทักษะติดตัวที่สามารถดื่มน้ำอัดลมเพื่อเพิ่มพลัง การที่จับกลุ่มเล่นร่วมกันได้มากถึงสี่คนเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเควสลับพิเศษของ Call of Duty ที่รอให้ผู้เล่นมาค้นพบภายในเกม

Call of Duty: Modern Warfare 2 (วางจำหน่าย 10 พฤศจิกายน 2009) ในภาคนี้ผู้เล่นจะต้องป้องกันเมืองที่มีชื่อว่า เบอร์เกอร์ทาวน์ และเผชิญหน้ากับการทรยศก่อนที่จะต้องร่วมมือกันอีกครั้งกลายเป็นหน่วยรบเฉพาะกิจ 141 ที่จะต่อสู่กับผู้ก่อการร้ายระดับชาติ มีระบบSpecial Ops ที่ผู้เล่นสามารถเล่นด้วยกันได้สองคน เป็นสวรรค์ของการเล่นเกม FPS แบบรวดเร็วฉับไว และมีโหมดผู้เล่นหลายคนแบบใหม่ คือ 1v1 me on Rust และเป็นยุคทองของการเล็งยิงไรเฟิลด้วยการใช้ลูกเล่นในการยิง และ quickscoping และมี Killcams ให้ดูเมื่อจบการแข่งขัน


Call of Duty: Black Ops (วางจำหน่าย 9 พฤศจิกายน 2010) ภาคนี้จะพบกับซอมบี้ที่มีตัวละครที่เป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในเพนตากอนเข้ามาร่วมด้วยและถูกสร้างขึ้นมาโดยทีม Treyarch หลังจากภาค World at War มีเรื่องราวลึกลับหลายอย่างเกิดขึ้น อเล็กซ์ เมสัน กับแฟรงก์ วู้ด,เจสัน ฮัดต์สัน และโจเซฟ โบว์แมน จะต้องเผชิญหน้ากับอดีตและค้นพบการแก้แค้นของวิกเตอร์ เรซ์นอฟ และเรื่องราวสยองขวัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในใจกลางของไซบีเรีย


Call of Duty: Modern Warfare 3 (วางจำหน่าย 8 พฤศจิกายน 2011) ในภาคนี้หน่วยภารกิจพิเศษ 141 จะมีเนื้อเรื่องหลักของตัวละครหลักถึงสามตัวละครด้วยกัน คือ โซป, นิโคไล และ ยูริ พร้อมทั้งพันธมิตรคนอื่น ๆ ที่จะต้องปฏิบัติภารกิจกอบกู้โลกจากการถูกทำลายล้าง เกมนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยทีม Sledgehammer Games เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งมีแพ็กเกจพิเศษต่าง ๆ ร้านค้าอาวุธพิเศษ ระบบการเล่นแบบเฟสออฟ (3v3) ระบบการพัฒนาประสิทธิภาพปืนที่กลายมาเป็นของแต่งปืนในปัจจุบัน หรือระบบแต้มต่อเนื่องในแพ็กสไตร์ค ที่กลายเป็นระบบแต้มสังหารในแบบปัจจุบัน และโหมดเอาชีวิตรอดรูปแบบใหม่


Call of Duty: Black Ops II (วางจำหน่าย 12 พฤศจิกายน 2012) ในภาคนี้จะมุ่งไปยังอนาคตปี 2025 ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ เนื้อเรื่องที่แตกแขนงที่ถ้าหากทำภารกิจแล้วตัวละครอาจจะเสียชีวิต จุดจบของเกมจะเปลี่ยนไปทันทีและการเล่นแบบทดลองได้ในภารกิจหน่วยโจมตี ทั้งมีระบบเกมจัดอันดับและมี Call of Duty Championship เป็นครั้งแรกอีกด้วย และมีแนวคิดระบบการพัฒนาระดับอาวุธ การตกแต่งอาวุธ รวมถึงซอมบี้รูปแบบใหม่จากตัวละครอย่าง มาลท่อน จอห์นสัน, มิสตี้ และหุ่นยนต์ขับรถบัสชื่อ T.E.D.D. และด่านแผนที่อย่าง Express, Hijacked, Slums, Standoff, Turbine, Grind และ Rush


Call of Duty: Ghosts (วางจำหน่าย 5 พฤศจิกายน 2013) เรื่องราวภายใต้หน้ากากของ ‘โกสต์’ ชายที่ชื่อว่า ‘โลแกน วอล์คเกอร์’ พร้อมหมาคู่ใจชื่อ ‘ไรลีย์’ นอกจากนี้โหมดผู้เล่นหลายคนยังสามารถชวนเพื่อนมาเล่นเป็นทีมเดียวกันได้แล้วในระบบทีมร่วมรบ ทั้งยังสามารถใช้ AI เล่นแทนตัวละครที่ไม่ต้องการเล่นได้ด้วย


Call of Duty: Advanced Warfare (วางจำหน่าย 4 พฤศจิกายน 2014) เป็นครั้งแรกที่ Sledgehammer Games ได้พาผู้เล่นลอยขึ้นจากพื้นละเข้าสู่ยุคของ เจ็ตแพ็ค ในจักรวาล Call of Duty ด้วยพลังการเคลื่อนที่ของ Exo, ผู้เล่นสามารถเป็น Jack Mitchell ในโหมดแคมเปญเพื่อโค่นล้มองค์กร Atlas และอัพเกรดชุดสูทด้วยเทคโนโลยีจากยุคปี 2054 ถึง 2061 รวมถึงเป็นต้นกำเนิดของการที่ผู้เล่นสามารถกด F เพื่อแสดงความเคารพได้

นอกจากนี้ในระบบมัลติเพลเยอร์ยังมีระบบ Weapon Variants ที่ทำให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งอาวุธได้มากขึ้น รวมถึงความสามารถ Exo Abilities ที่สามารถชาร์จและใช้ในการเพิ่มพลังในการเคลื่อที่และอาวุธซึ่งกลายมาเป็นระบบ Field Upgrade แบบที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ รวมถึงยังมีแผนที่ที่น่าจดจำใน เช่น Riot, Solar, Bio Lab, Detroit และ Retreat ซึ่งทั้งหมดกลายเป็นแผนที่สุดคลาสสิกที่มีความเข้มข้นอย่างมากในจักรวาล Call of Duty


Call of Duty: Black Ops III (วางจำหน่าย 6 พฤศจิกายน 2015) ยุคสมัยของ เจ็ตแพ็ค ในจักรวาล Call of Duty ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงภาคนี้ เมื่อ Treyarch ได้นำพาผู้เล่นไปยังอนาคตที่ไกลมากยิ่งขึ้น โดยตัวเกมถูกกำหนดไว้ในช่วงปี 2065 ที่ผู้เล่นสามารถร่วมมือกับ Winslow Accord ในโหมดแคมเปญ หรือทำการฝึกซ้อมใน Free Run โหมดสปีดรันที่จะทดสอบความสามารถในการเคลื่อนที่ของผู้เล่นผ่านด่านทั้งสี่

ในภาคนี้ยังเป็นครั้งแรกในโหมดแคมเปญของ Call of Duty ที่ผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครรวมถึงเพศได้ นอกจากนี้ยังมีการแนะนำ Specialists ที่จะมีภูมิหลังตัวละครเป็นของตัวเองซึ่งจะคล้าย ๆ กับ Operators ในทุกวันนี้ ส่วนโหมดซอมบี้

Call of Duty: Black Ops III ได้เริ่มต้นภาค Primis ในเนื้อเรื่องส่วนของ Aether Zombies รวมทั้งแนะนำประสบการณ์เพิ่มเติมใหม่ ๆ ให้กับจักรวาลซอมบี้ และภาคนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ทีม Beenox ได้มอบการพัฒนาเกมที่ดียิ่งขึ้นให้กับจักรวาล Call of Duty

Call of Duty: Infinite Warfare (วางจำหน่าย 4 พฤศจิกายน 2016) ภาคสุดท้ายของยุคอนาคตที่ถูกวางไว้ในปี 2187 โหมดแคมเปญได้มีการปรากฏของตัวร้ายที่เป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าจดจำที่สุดของแฟรนไชส์ รวมกับ Jackal ยานพาหนะที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อการต่อสู้ ซึ่งมีโหมด VR เป็นของตัวเอง รวมถึงการผลักดันความยากระดับ #YOLO ที่สุดฮาร์ดคอร์ ซึ่งจะมอบประสบการณ์การเล่นที่ไม่เคยมีมาก่อนในยุคนั้น

ส่วนในโหมดซอมบี้ก็ได้มีสิ่งที่เรียกว่า ดวงและโชคชะตา (Fate and Fortune) พร้อมทั้งการต่อสู้ร่วมกับดาราแอ็คชั่นอย่าง Willard Wyler ที่ซึ่งทำให้ถูกเรียกว่าเป็นจุดนัดพบที่ลงตัวของ Call of Duty กับ Hollywood ที่มอบประสบการณ์ขนหัวลุกแปลกใหม่ให้กับเหล่าผู้เล่น

Call of Duty: WWII (วางจำหน่าย 3 พฤศจิกายน 2017) Sledgehammer Games นำเหล่าผู้เล่นกลับลงสู่ภาคพื้นดินในจุดเริ่มต้นอีกครั้งที่ สงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมการกลับมาของ Ronald ‘Red’ Daniels ผู้เล่นจะได้เข้าสู่สงครามไปพร้อม ๆ กับผู้ร่วมกองทัพที่จะคอยสนับสนุนผู้เล่นในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการสำรวจ Headquarters ต่าง ๆ ในโหมดมัลติเพลเยอร์ นอกจากนี้ในภาคนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีกิจกรรมในรูปแบบของซีซั่นทั้ง Winter Siege, the Resistance, และแม้แต่ Shamrock & Awe

Call of Duty: Black Ops 4 (วางจำหน่าย 12 ตุลาคม 2018) ภาคนี้จะโฟกัสไปที่โหมดมัลติเพลเยอร์ และพยายามผลักดันการปรับแต่งอาวุธให้มีความหลาหลายมากยิ่งขึ้นด้วย Operator Mods เพื่อใช้ในการต่อสู้ข้ามแผนที่ต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นใน Jungle, Slums และ Nuketown หรือในแผนที่ใหม่ ๆ อย่าง Arsenal, Hacienda, Contraband และ Seaside นอกจากนี้ Black Ops 4 ยังเป็นภาคแรกที่มอบประสบการณ์การเล่นแบบแบทเทิลรอยัลใน Blackout ที่มีแผนที่ที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล Call of Duty ที่สามารถจุผู้เล่นได้ถึง 100 คนต่อรอบ


Call of Duty: Mobile (วางจำหน่าย 1 ตุลาคม 2019) ในระหว่างที่ผู้เล่น PC และ Console รอเกมภาคใหม่ ผู้เล่นสามารถได้รับประสบการณ์ Call of Duty ในรูปแบบเกมพกพา ด้วยจำนวนดาวน์โหลดมากกว่า 270 ล้านครั้งในปีแรกของการเปิดตัว และได้รับรางวัลเกมมัลติเพลเยอร์บนมือถือยอดเยี่ยมแห่งปี ตัวเกมก็ประสพความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้


Call of Duty: Modern Warfare (วางจำหน่าย 25 ตุลาคม 2019) และ Call of Duty: Warzone (2020)

Infinity Ward ได้ทำการรีบูต Modern Warfare โดยเล่าเรื่องของทีม Task Force 141 ใหม่อีกครั้ง ซึ่งเกมในภาคนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งระบบ photogrammetry และ ray-tracing ที่ทำให้การเล่นมีความสวยงามและสมจริงมากยิ่งขึ้น ส่วนในโหมดมัลติเพลเยอร์ได้มีการแนะนำ Operators ตัวละครที่ผู้เล่นสามารถนำมาเล่นได้ ซึ่งมีภูมิหลังและสกินสุดพิเศษต่าง ๆออกมาเรื่อย ๆ รวมถึงในโหมด Ground War ที่ขยายขอบเขตการต่อสู้เป็น 32v32 ที่ยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังได้มีการเพิ่ม Field Upgrades และ Gunsmith รวมไปถึง Weapon Blueprints ที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้การปรับแต่งอาวุธของผู้เล่นภายในเกมต่าง ๆ มากมาย รวมถึง Battle Pass การเล่นและความก้าวหน้าแบบ cross-platform และ Call of Duty League สำหรับผู้เล่นที่ชอบการแข่งขัน

และแน่นอนใน Call of Duty: Warzone เกมฟรีที่ผู้เล่นทุกคนจะได้รับประสบการณ์การเล่นแบบออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำลายสถิติของแฟรนไชส์ที่มีผู้เล่นรวมกว่า 125 ล้านคนภายใน 1 ปี ซึ่งตัวเกมจะประกอบไปด้วยแผนที่ที่ทุกคนชื่นชอบอย่าง Verdansk และจุดลงที่ชื่นชอบอีกมากมาย รวมทั้งการปรากฏตัวของโอเปอเรเตอร์และอีเว้นท์ที่น่าจดจำอีกมากมายทั้ง the Stadium และ The Haunting


Call of Duty: Black Ops Cold War (วางจำหน่าย 13 พฤศจิกายน 2020) ภาคนี้จะนำโดย Pawn Takes Pawn โหมดแคมเปญของ Black Ops Cold War ที่พัฒนาโดย Raven Software ซึ่งจะเปลี่ยนโทนของเกมไปอย่างสิ้นเชิง ผู้เล่นจะได้พบกับ Bell ที่มีภูมิหลังต่างจากคนอื่นที่แล้วมา รวมถึงการสามารถเลือกไม่ระบุให้กับตัวละครได้ รวมทั้งยังสามารถย้ายความก้าวหน้าจากเกมภาคก่อน ๆ มายังเกมในภาคนี้ได้อีกด้วย และภาคนี้ยังเป็นภาคที่ต่อเนื่องมาจากการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของ Activison ซึ่งมีของรางวัลแจกมากมาย

Call of Duty: Vanguard (วางจำหน่าย 5 พฤศจิกายน 2021) เนื้อเรื่องเริ่มขึ้นในห้าปีหลังจากจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทาง Sledgehammer Games ได้กล่าวเอาไว้ว่านี่จะเป็นประสบการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนประวัตศาสตร์ได้ในโหมดแคมเปญไปพร้อม ๆ กับทีม Special Operations Task Force นอกจากนี้ในโหมดมัลติเพลเยอร์ยังมี Ranked Play ที่กลายมาเป็นโหมดหลักในการเล่นแบบเข่งขันต่อไปในอนาคต

Call of Duty: Modern Warfare II (วางจำหน่าย 28 ตุลาคม 2022) ในภาคต่อของซีรีย์ Modern Warfare ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Campaign Early Access ที่ผู้เล่นสามารถเล่นโหมดแคมเปญได้ก่อนใครถึงหนึ่งสัปดาห์ รวมทั้งโหมดใหม่ ๆ ในมัลติเพลเยอร์อย่าง Knockout และ Prisoner Rescue

สำหรับผู้เล่นที่อยากสัมผัสเรื่องราวของจักรวาล Modern Warfare ก่อนที่จะไปสู่ Modern Warfare III สามารถติดตามเนื้อเรื่องโดยเรื่องตามลำดับดังนี้:

  • Campaign (Modern Warfare [2019])
  • Special Ops (Modern Warfare)
  • Campaign (Modern Warfare II)
  • RAID Episodes (Modern Warfare II)
  • DMZ (Modern Warfare II)

จักรวาล Call of Duty ยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับการเปิดตัวของ Modern Warfare III ในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ และหลังจากนั้นไม่กี่เดือนในปี 2024 เตรียมตัวพบกับเกมที่ผู้เล่นต่างเฝ้ารอสมัครเข้าเล่นกว่า 45 ล้านคน อย่าง Call of Duty: WarzoneMobile ที่ซึ่งผู้เล่นจะได้ร่วมรบกับเพื่อน ๆ ในแผนที่ที่คุ้นเคยในรูปแบบใหม่ พร้อมทั้งระบบความก้าวหน้าแบบต่อเนื่องจาก Modern Warfare III และ Call of Duty: Warzone

ที่มา : mgronline

น่าสนใจ

รวมโค้ด Pixel Blade แมพ RPG ลุยดันฟาร์มดาบ Roblox

Pixel Blade แมพ RPG ลุยดันเจี้ยนฟาร์มดาบบน Roblox จากทีม Frost Blade Games ที่ Comet กับ Fudge ปั้นมาตั้งแต่กลางปี 2024 ยอดเข้าเล่นรวมตอนนี้ 250 ล้านครั้ง

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com