วันเสาร์ , 7 กุมภาพันธ์ 2026

รีวิวเกม Code Vein 2 – ความพยายามครั้งใหม่ที่ก็ยังไม่ค่อยลงล็อกเท่าไหร่

ในยุคที่ทะเลของเกมเมอร์เต็มไปด้วยเกมแนวโซลลอยตามคลื่นไปมาให้ได้เห็นอยู่เกลื่อนตา Code Vein ของ Bandai Namco ก็นับเป็นผู้เจริญรอยตามรายแรกๆ ที่ขอกระโดดมาลุยแนวนี้บ้าง ด้วยรูปลักษณ์ที่ต่างออกไป ดูมีความเป็นอนิเมะมากกว่า พยายามจับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ต่างออกไปจากโซลแบบดั้งเดิม นั่นทำให้ตัวเกมดูเหมือนจะประสบความสำเร็จไม่น้อย เพราะไม่เช่นนั้นเราคงไม่ได้เห็น Code Vein 2 คลานตามออกมา

บอกก่อนว่าตัวผมเองไม่ได้เล่นภาคแรกมาจึงอาจจะเทียบพัฒนาการได้ไม่ถนัด แต่อาจจะเปรียบบางจุดกับเกมในยุคเดียวกัน รวมถึงความสนุกและมุมมองจากคนไม่เคยสัมผัสซีรีส์นี้มาก่อนทั้งยังไม่ถนัดแนวโซลแต่ก็เคยเล่นมาบ้าง อาจจะลองอ่านเป็นอีกมุมมองหนึ่งประกอบการตัดสินใจจากที่อื่นก็ได้ครับ แต่อย่างน้อยๆ แม้ไม่ได้เล่นภาคแรกมาผมก็อยากบอกว่าสามารถเล่นภาคนี้ได้เลย อาจจะใช้เวลาสักหน่อยแต่ก็เข้าใจได้ไม่ยาก ตัวเกมมีความสนุกสนานชวนให้ลุยต่อ ถึงจะยังมีข้อผิดพลาดหรือจุกจิกกวนใจอยู่ไม่น้อยก็ตาม

เนื้อเรื่อง

Code Vein 2 ว่าด้วยเรื่องของโลกหลังการล่มสลาย ตัวเอกที่เหมือนจะตายไปแล้วได้รับการชุบชีวิตกลับมาโดยหญิงสาวปริศนากับเจ้านายทรงเจ๊ของเธอ ผู้เล่นจะได้รับโจทย์ใหญ่ในทันทีตั้งแต่เริ่มเกมคือต้องตามล่าเหล่าวีรบุรุษในอดีตที่ปัจจุบันกลายเป็นปีศาจร้าย เพื่อหาทางกู้โลก โดยที่ต้องย้อนเวลากลับไปในยุคของวีรบุรุษเหล่านั้นเพื่อตามหาเบาะแส และปลดล็อคเงื่อนไขบางอย่างก่อนย้อนกลับมาจัดการกับพวกเขาในยุคปัจจุบันอีกต่อ โดยที่ก็มีลูกเล่นอีกอย่างคือคุณสามารถเปลี่ยนประวัติศาสตร์ได้ด้วยนะ และมันจะส่งผลกระทบกับฉากทัศน์โลกของเกมในปัจจุบันอีกต่างหาก

ว่ากันตามตรงคอนเซ็ปต์ภาพรวมของเกมนั้นน่าสนใจมาก เราเห็นภาพเป็นฉากๆ เลยว่าในจังหวะย้อนเวลาจะเป็นช่วงที่เราได้สานสัมพันธ์กับตัวละครวีรบุรุษก่อนจะต้องมาดราม่าสังหารพวกเขาทิ้งในภายหลัง มันคงจะเป็นฉากกระชากใจเล่นกับอารมณ์ดีไม่หยอก หรือคอนเซ็ปต์เปลี่ยนประวัติศาตร์แล้วจะมีผลตามมาก็เข้าท่าดี อย่างช่วงแรกจะมีภารกิจรองให้เลือกย้อนเวลากลับไปช่วยตัวละครตัวหนึ่ง ถ้าคุณเลือกจะทำภารกิจหลักต่อ คุณจะต้องนั่งเรือข้ามฝั่งไป แต่หากคุณเลือกจะทำภารกิจรองดังกล่าวก่อน มันก็จะมีสะพานโผล่ขึ้นมาแทนไม่ต้องนั่งเรือ เป็นต้น

ในเชิงแนวคิดคือดีมาก แต่พอปฏิบัติจริงกลับเป็นอีกเรื่อง เพราะการเล่าเรื่องที่ทำไม่ถีง เนิบนาบ ไม่ดึงอารมณ์หรือคมคายมากพอให้ผู้เล่นรู้สึกอินไปกับเรื่องราว ส่งผลให้สิ่งที่คิดว่าน่าจะดี กลับทำได้แค่เกือบหรือบางทีก็ธรรมดาไปเลย หลายๆ ครั้งรู้สึกไปว่าเกมมันได้งบมาทำน้อยเหรอ ทำไมมันไม่มีซีนกระตุกจิตกระชากใจใดๆ ทั้งๆ ที่เนื้อเรื่องก็ส่งพอสมควร เหมือนคุณฟังรายการผีชื่อดังที่เนื้อเรื่องอาจจะเข้าท่าทว่าคนเล่ากลับถ่ายทอดออกมาได้แย่ ก็กลายเป็นว่าเรื่องนั้นไม่น่าฟังไปเสียอย่างนั้น ยังไม่นับความงงๆ บางอย่าง เช่นการเล่นคัตซีนซ้ำ ที่เห็นๆ อยู่ว่ามันเป็นซีนเดิมแต่เพิ่มตัวละครที่เราเพิ่งช่วยมา โดยฉากนี้ก็มาจากภารกิจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่ผมยกตัวอย่างมานั่นแหละ คือตอนแรกผมกลับไปเล่นภารกิจรองที่ว่า แต่ผมเล่นไม่ผ่าน เลยข้ามเวลากลับมาฟาร์มตัวละครแล้วไปรับภารกิจกิจหลักรอ ก็มีคัตซีนที่สรุปเรื่องราวในช่วงต้นและให้พวกเราข้ามจากเกาะเริ่มต้นไปยังแผ่นดินใหญ่ทางเรือ แต่ผมยังไม่ข้ามเพราะขอลองย้อนไปบวกกับบอสในภารกิจรองนั้นอีกรอบ ปรากฎว่าชนะจนได้ในรอบนี้ เมื่อกลับมาโลกปัจจุบัน ภารกิจหลักก็มีการอัปเดตว่าให้ไปคุยกับเจ๊หัวหน้าอีกที ผมก็เข้าใจได้เพราะเราไม่ต้องนั่งเรือแล้ว แต่จะข้ามสะพานเอา ประกฎว่าคัตซีนคือก๊อปของเดิมมาเป๊ะๆ บทพูดก็คล้ายเดิม เพิ่มแค่ตัวละครเข้ามายืนในฉาก เป็นความแปลกที่ชวนงงอยู่ไม่น้อยทีเดียว

เสียง กราฟิกและเพอร์ฟอร์มานซ์

กราฟิกกับเพอร์ฟอร์แมนซ์เป็นส่วนที่แย่ที่สุดของเกม ตอนที่เล่นคือถามกับตัวเองอยู่ตลอดว่านี่มันเกมเจนฯนี้แน่ใช่ไหม ทำไมกราฟิกมันหยาบขนาดนี้ โอเคแหละว่าเล่นบน PS5 ธรรมดากับโหมดเพอร์ฟอร์แมนซ์ จะคาดหวังความหรูหราหมาเห่าก็คงไม่ใช่ แต่เท็กซ์เจอร์ฉากหยาบขนาดนี้กับความละเอียดโมเดลเหมือนตุ๊กตาสะท้อนแสงก็เกินไปหน่อย แม้ที่จริงโมเดลก็ทำมาคมชัดอยู่และพวกบอสหรือสัตว์ประหลาดก็มีดีเทลใช้ได้ แต่ก็ดูยังไม่ได้รับการใส่ใจในมากเท่าที่ควร มันอาจเป็นปัญหาที่เอนจิ้นที่ชวนให้ภาพของเกมรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ตลอดเวลา

แต่เหนือยิ่งกว่านั้นคือแม้จะเล่นด้วยโหมดเพอร์ฟอร์แมนซ์ แต่เกมก็ยังเฟรมร่วงอยู่ทุกขณะจิต ความนิ่งไม่มีในพจนานุกรม เกมลื่นแต่ไม่สวยยังพอเข้าใจ สวยแต่ไม่ลื่นก็มีเหตุผล นี่ทั้งไม่สวยและไม่ลื่นเป็นคอมบิเนชั่นนรกแตกสุดๆ แล้วคือคุณเป็นเกมโซลที่ต้องเป๊ะในจังหวะเข้าหรือจังหวะถอย เฟรมร่วงกับการกระตุกย่อมส่งผลต่อประสบการณ์เกมเพลย์อยู่แล้ว และผมคิดว่าเกมนี้จะสนุกขึ้นมากถ้าเพอร์ฟอร์แมน์มันทำได้ดี แต่ที่มีอยู่มันไม่ใช่เลย

ขณะที่เรื่องเสียงคือตามมารฐาน ไม่ได้โดดเด่นอะไร ปกติเกมมันก็จะเงียบๆ อยู่แล้ว ได้ยินแค่เสียงย่ำเท้าสวบสาบเวลาเดินหรือวิ่ง จะพอมีเพลงบ้างก็ตอนเจอบอสหรือคัตซีนสำคัญๆ เท่านั้น แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าชวนประทับใจขณะนั้น

เกมเพลย์

ผมบ่นมาหลายเรื่องแต่ต้องบอกว่าเกมเพลย์ของ Code Vein 2 มีความสนุกสนานนะครับ อาจจะงงเรื่อง UI กับวิธีการเล่นต่างๆ ในช่วงแรก เพราะเกมเหมือนอยากให้เรียนรู้เองไม่ได้สอนจริงจัง แต่พอเข้ามือแล้วก็เล่นได้ยาวๆ อยู่ เพลินเอาเรื่องเลยแหละ ตัวเกมมีความโซลแน่นอนครับ เวลาตายก็ต้องวิ่งกลับไปเก็บโซลที่ตก ถ้าตายซ้ำก็หายไป ไม่มีระดับความยากให้เลือก แต่ก็ปราณีพอสมควร เพราะหากสู้ไม่ได้ก็ไปฟาร์มตัวละครมา มีอิสระประมาณหนึ่งเพราะโลกเป็นกึ่งๆ โอเพ่นเวิร์ล ไปไหนมาไหนได้ แต่จะยังมีบางพื้นที่ล็อกไว้หากยังไม่ผ่านเควสต์

เกมนี้จะให้คุณเลือกได้ว่าจะโซโล่เดี่ยว หรือมีคอมเพเนี่ยนที่เป็นตัวละครในเกม อีก 1 ตัวคอยช่วยเหลือ ซึ่งคอมเพเนี่ยนเหล่านี้จะได้รับมาตามการทำภารกิจเนื้อเรื่องครับ แต่ละครจะมีสเตตัสที่ต่างกัน ให้โบนัสที่ต่างกันด้วย วิธีต่อสู้ก็คนละสไตล์ ซึ่งถ้าเลือกตัวละครได้เข้ากับสไตล์เราก็จะช่วยได้มากในการลุยด่าน นอกจากนี้ตัวละครยังมีสิ่งที่เรียกว่า Blood Code ซึ่งเป็นเหมือนการกำหนดคลาสตัวละครของเรากลายๆ โดย Blood Code จะได้มาจากการปลดล็อคตัวละครตามเนื้อเรื่อง และสามารถเลื่อนระดับได้ครับ ตรงนี้ช่วยให้เกมเพลย์มีความหลอกหลายขึ้นมาก

พอมานับรวมอาวุธที่มากมายหลายชนิด ก็ทำให้เกิดบิลด์ตัวละครที่หลายหลากสุดๆ ความเป็นไปได้ในเกมเพลย์กว้างมาก อาวุธแต่ละชิ้นจะมาพร้อมสกิลเฉพาะตัว แถมสามารถปรับแต่งเพิ่มได้อีกต่างหาก ใครชอบทำบิลด์ตัวละคร ในเกมนี้ต้องบอกเลยว่ามันส์มือเอาเรื่องครับ ซึ่งในความเห็นผมเกมเพลย์ของ Code Vein 2 คือสิ่งที่แบกเกมไว้อย่างแท้ทรู

สรุป

Code Vein 2 เป็นเกมที่จะดีกว่านี้ได้อีกมากหากเพอร์ฟอร์แมนซ์ได้รับการแก้ไขให้ลื่นไหลและตอบสนองต่อการควบคุมของผู้เล่นได้แม่นยำกว่านี้ แต่หากจะให้ดีจริงๆ การเล่าเรื่องก็เป็นสิ่งที่ควรได้รับการอัปเกรดทั้งกระบิไม่ว่าจะในแง่ของเทคนิค, วิธีนำเสนอ หรือคุณภาพของงานภาพ เท่าที่เล่นมาคือผมไม่ติดเรื่องเกมเพลย์เลย สนุกเอามากๆ ด้วยซ้ำสำหรับคนไม่ค่อยสันทัดแนวโซลอย่างผม ในแง่หนึ่ง Code Vein 2 มาได้ถูกทางกับการมีรากฐานเกมเพลย์ที่ดี แต่ถ้าจะมีภาคถัดไป ก็อยากให้ทุ่มทุนในด้านการนำเสนอกว่านี้หน่อย อย่างน้อยๆ ก็ไม่ควรให้ผู้เล่นเกิดความคิดในใจขึ้นมาแว๊บหนึ่งว่า “นี่เรากำลังเล่นเกม PS4 หรือ PS5 อยู่นะ?”

ที่มา : online-station

น่าสนใจ

รีวิวเกม Sword of Justice – ขอบฟ้าไร้พันธนาการที่รอยอดยุทธ์มาลองสัมผัส

Sword of Justic …

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com